ท้องเสีย? รักษาเองก็ได้ด้วยใบฝรั่ง

อาการท้องเสียท้องร่วงเป็นอาการที่มนุษย์เราทุกคนจะต้องเคยมี เพราะทางเดินอาหารของเรานั้นจะต้องมีการสัมผัสกับอาหาร สารเคมี และเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนมากแล้วอาการท้องเสียนั้นมักจะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน แต่ในบางครั้งอาการที่เกิดขึ้นก็อาจจะมากจนต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษากันเลยทีเดียว แต่ทราบหรือไม่ครับว่า ความจริงแล้ว อาการท้องเสียนั้นสามารถรักษาได้ไม่ยากเลย เพียงใช้สมุนไพรใกล้ตัวอย่าง “ใบฝรั่ง” แถวบ้านเรานี่เอง

ใบฝรั่งถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการท้องเสียมาตั้งแต่ในสมัยโบราณนานมาแล้ว ซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถนำไปใช้ได้จริงเนื่องจากในใบฝรั่งนั้นมีสารออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้นั่นเอง

ส่วนประกอบทางยาที่สำคัญในใบฝรั่ง

ในใบฝรั่งนั้นมีสารประกอบทางยาที่สำคัญอยู่สองชนิดคือสาร tannins และ flavonoids ซึ่งจัดเป็นสารในกลุ่ม polyphenol compounds พบได้ในพืชหลายชนิด

  • สาร tannins เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสาร prostaglandin กลุ่ม E และ I ในร่างกายซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้ออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (intestinal motility) ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียที่เกิดจากการบีบตัวของลำไส้เพิ่มมากขึ้น สารนี้จะสามารถบรรเทาอาการลงได้ นอกจากนี้สาร tannins ยังมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเกี่ยวกับขนาดหรือความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับการต่อต้านการติดเชื้อ
  • สาร flavonoids ในใบฝรั่งสารกลุ่ม flavonoids ที่สำคัญคือ quercetin สารชนิดนี้ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidation) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของกระบวนการอักเสบในร่างกาย

ในทางการแพทย์แผนไทย จัดว่าใบฝรั่งเป็นยาสมุนไพรที่มีรสฝาดสมาน ซึ่งรสฝาดดังกล่าวนี้ก็มาจากสาร tannin และฤทธิ์สมานก็เป็นคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของยานั่นเอง

การนำใบฝรั่งมาใช้เพื่อการรักษาอาการท้องเสีย

  • กรณีใช้ใบสด นำใบฝรั่งจำนวน 10-15 ใบมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำ 1 แก้ว จากนั้นไปกรองกากออกเอาแต่น้ำ นำไปต้มให้ร้อนเพื่อกำจัดเชื้อแล้วดื่มทุก 6 ชั่วโมง จะช่วยบรรเทาอาการได้ ส่วนใหญ่นิยมเติมเกลือลงไปในน้ำใบฝรั่งเล็กน้อย เนื่องจากใบฝรั่งนั้นมีรสฝาด และในระหว่างการปรุงยา ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะเนื่องจากสาร tannins นั้นจะทำปฏิกิริยากับโลหะ ทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำและสูญเสียคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ได้
DSC_0001769
น้ำต้มใบฝรั่ง ภาพจาก http://1.bp.blogspot.com/
  • ในปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมได้นำเอาใบฝรั่งมาแปรรูปและผลิตออกมาเป็นยาเม็ดแคปซูล เรียกว่า กวาว่า แคปซูล (Guava = ฝรั่ง) ขนาด 250 มิลลิกรัมต่อเม็ด โดยแนะนำรับประทานครั้งละ 3-5 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมงสามารถลดอาการท้องเสียได้เช่นเดียวกัน

ข้อควรระวังในการรับประทานน้ำใบฝรั่งได้แก่ หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

สรรพคุณอื่น ๆ ของใบฝรั่งและผลฝรั่ง

นอกจากสรรพคุณในแง่ของการลดอาการท้องเสียและปวดท้องแล้ว ฝรั่งยังมีสรรพคุณอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกมากมายหลายอย่าง เช่น

  • นำมาใช้เป็นยาภายนอกสำหรับรักษาแผลสด ลดการอักเสบ เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง prostaglandins ทำให้หลอดเลือดมีการหดตัวทำให้เลือดหยุดได้ง่ายขึ้นและการอักเสบบวมลดลงได้ อีกทั้งสาร tannins นั้นสามารถทำปฏิกิริยาจับกับโปรตีนได้ง่าย จึงช่วยดูดซับและกำจัดแผลที่เป็นฝีหนองได้ด้วย
  • ใบและผลสุกของฝรั่ง มีฤทธิ์ช่วยดูดซับกลิ่นต่าง ๆ ได้ จึงสามารถนำมาใช้ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นหรือในห้องได้ เนื่องจากสาร polyphenols ซึ่งอยู่ในใบฝรั่งนั้นจัดเป็นน้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่งที่สามารถกระจายในอากาศและช่วยดับกลิ่นได้
  • สามารถนำใบฝรั่งมาสกัดและใส่เป็นส่วนประกอบในการผลิตสบู่ เช่น สบู่บำรุงผิวจากใบฝรั่งของอภัยภูเบศวร์ เนื่องจากพบว่าใบฝรั่งนั้นมีส่วนประกอบของวิตามินซี และ อี ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในขนาดสูง
  • ในปัจจุบันมีข้อมูลในการทดลองทางห้องปฏิบัติการพบว่า สาร quercetin ซึ่งอยู่ในใบฝรั่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนหรือแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเต้านมและเซลล์มะเร็งชนิด fibrosarcoma ได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันถึงประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งด้วยสารชนิดนี้ จึงยังไม่ได้มีการแนะนำให้ใช้กันทั่วไป

รู้อย่างนี้แล้วเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย อย่าลืมมองหาพืชหรือสมุนไพรใกล้ตัวที่อาจนำมาใช้ได้นะครับ อย่างในกรณีอาการท้องเสียเช่นนี้ บางทีเราก็สามารถรักษาตนเองได้ไม่ยากเลยด้วยของที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวนี่เอง