Diabetic Neuropathy by ADA 2017: ตอนที่ 1: ระบาดวิทยา กลไกการเกิด และชนิด

เนื้อหาในตอนนี้เป็นตอนที่ 1 จากทั้งหมด 4 ตอนของเรื่องความผิดปกติของเส้นประสาทที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน (diabetic neuropathy) ที่สรุปเรียบเรียงมาจากคำแนะนำของสมาคมโรคเบาหวานของอเมริกา (American Diabetic Association, ADA) ที่เผยแพร่ในปี 2017 นี้นะครับ เหตที่แบ่งออกเป็นตอน ๆ ก็เพื่อทำให้สามารถแยกอ่านในส่วนที่สนใจ และด้วยเหตุว่าถ้าเนื้อหายาวหรือมากเกินไปอาจจะพาลเบื่อไปเสียก่อน เนื้อหาทั้ง 4 ตอนที่ว่านี้มีดังนี้ครับ

สำหรับในตอนแรกนี้จะขอเล่าถึงระบาดวิทยา กลไกการเกิดโรค และชนิดของ diabetic neuropathy ให้อ่านกันนะครับ

ในบรรดาภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานทั้งหมด ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเส้นประสาทหรือ diabetic neuropathy (ขอเรียกสั้น ๆ ว่า DNeu เพื่อไม่ให้สับสนกับ diabetic nephropathy นะครับ) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด โดยในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด จะมีอยู่ 1 คนจาก 4 คนที่เกิดภาวะแทรกซ้อนแบบนี้ และที่น่าเป็นกังวลก็คือ ในจำนวนผู้ที่ป่วยด้วยภาวะนี้ มีประมาณครึ่งหนึ่งที่ไม่ปรากฏอาการชัดเจน เลยทำให้ไม่ได้รับการตรวจหรือจัดการดูแลอย่างเหมาะสม และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องมีการตรวจเท้าเพื่อคัดกรองหาผู้ป่วยโรคนี้เป็นระยะ ๆ

ในกลุ่มของ DNeu นั้นแบ่งเป็น 4 ชนิด ชนิดที่พบบ่อยที่สุดก็คือ diffuse symmetrical polyneuropathy (DSPN) ซึ่งพบได้ประมาณ 3 ใน 4 ของผู้ป่วย DNeu ทั้งหมด ในกลุ่มนี้ยังมีแบ่งย่อยออกเป็น large-fiber และ small-fiber หรือ mixed (ดูรายละเอียดได้ในตอนที่ 2) รองลงมาก็คือ autonomic neuropathy ซึ่งอาจพบเกิดความผิดปกติขึ้นได้ทั้งในหัวใจ (เรียกว่า cardiovascular autonomic neuropathy, CAN) ทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ ระบบการขับเหงื่อและความร้อน รวมไปถึงการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำโดยไม่รู้ตัว (hypoglycemic unawareness) และความผิดปกติของรูม่านตาด้วย (รายละเอียดในตอนที่ 3) ส่วนความผิดปกติอื่น ๆ ที่พบได้แต่ไม่บ่อยนักมีอีก 2 ชนิดคือ มีความผิดปกติที่เส้นประสาทเพียงเส้นใดเส้นหนึ่งหรือหลายเส้นแต่ไม่เป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน (mononeuropathy และ mononeuritis multiplex) และความผิดปกติที่เกิดที่ส่วนรากประสาท (radiculopathy) ซึ่ง 2 ชนิดหลังนี้จัดเป็นกลุ่ม atypical forms เนื่องจากพบไม่บ่อยนั่นเอง

 

Diabetic neuropathy ADA 2017.001
Diabetic neuropathy ชนิดต่าง ๆ

แม้ว่า DNeu จะความผิดปกติของเส้นประสาทที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน แต่ผู้ป่วยเบาหวานเองก็อาจจะเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทแบบอื่น ๆ ที่คนทั่วไปเป็นกันได้ด้วย และความผิดปกติเหล่านั้นมีหลายโรคมากที่สามารถให้การรักษาเพื่อให้หายกลับเป็นปกติได้ (ต่างจาก DNeu ที่ไม่สามารถทำให้กลับเป็นปกติได้ มีแต่การรักษาเพื่อลดอาการและความทุพพลภาพเฉย ๆ) ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานทุกรายที่มีความผิดปกติของเส้นประสาท ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็น diabetic neuropathy ต้องหาสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ทั้งหมดก่อนเสมอนะครับ

กลไกของการเกิด diabetic neuropathy

ปัจจุบันยังไม่ที่ทราบที่ชัดถึงจุดกำเนิดของการเกิดภาวะ diabetic neuropathy ที่ชัดเจน เป็นที่คาดกันว่าการเกิดภาวะนี้น่าจะมาจากเหตุปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ได้แก่

  • น้ำตาลที่ในเลือดที่เพิ่มสูงอยู่นานจะเกิดกระบวนการทางเคมีขึ้นกลายเป็น sugar alcohol ชนิดต่าง ๆ ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อสะสมในเซลล์จะไปทำปฏิกิริยากับโปรตีนและสารชนิดต่าง ๆ ภายในเซลล์ทำให้เกิดมีสารจำพวก reactive oxygen species และ oxidative stress จนเกิดการอักเสบและทำลายเซลล์เกิดขึ้น
  • การมีความผิดปกติของ lipid metabolism ในผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะชนิดที่ 2 ทำให้มีการสะสมของไขมันในชนิดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น การสะสมของไขมันเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสการเกิดปฏิกิริยาทางเคมี oxidation ของไขมัน ซึ่งในระหว่างการเกิดปฏิกิริยาเคมี ก็จะเกิด oxidative stress ขึ้นเช่นเดียวกัน
  • ตามปกติแล้ว insulin มีบทบาทในแง่ส่งสัญญาณควบคุมการมีชีวิตอยู่และการเจริญเติบโตของเซลล์ การมีระดับ insulin ในร่างกายที่ลดลงใน type 1 และการดื้อต่อ insulin ใน type 2 จะทำให้การควบคุมนี้หายไป ทำให้เซลล์ตายลงได้ง่าย

จากกลไกดังกล่าวจึงมีความพยายามที่จะหาวิธีการป้องกันภาวะนี้ขึ้น เช่นการพยายามใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง sugar alcohol การใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกิด oxidative stress และการใช้ insulin ซึ่งในปัจจุบันยังได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก (ยกเว้นกรณีของ insulin ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นประโยชน์ ดูรายละเอียดได้ในตอนที่ 4 ครับ)

สามารถอ่านฉบับเต็มจาก American Diabetic Association ได้จาก ที่นี่

About Santi Silairatana 39 Articles
หมอที่ชอบงานเขียน วรรณกรรม การอ่าน และภาษา ไม่น้อยไปกว่าความรักในงานด้านการแพทย์ ผสมกันออกมาเป็นการรวบรวมสิ่งที่ได้เห็น ได้อ่าน หรือได้เรียนรู้ มาเล่าสู่กันฟัง