Leads in Electrocardiography

ช่วงนี้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่อง ECG ไปสอนนักเรียนแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน เลยได้เกร็ดความรู้มาเล็กน้อย เอามาฝากกันนะครับ

เคยสงสัยไหมครับว่าชื่อของ electrode หรือ “Lead” ที่เราใช้เรียกกันในการตรวจ Electrocardiography นี้ มีที่มาอย่างไร ทำไมบางอันเป็นตัวเลขโรมัน (I, II, III) บางอันเป็นรหัสแถมตัวเล็กตัวใหญ่ (aVR, aVL, aVF) บางอันก็เป็นผสม (V1-V6) จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีที่มานะครับ แต่เป็นที่มาเชิงประวัติศาสตร์การแพทย์นิด ๆ ครับ

ในยุคแรกสุดของการตรวจ electrocardiography นักวิทยาศาสตร์ยุกบุกเบิก Willem Einthoven ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อเรียกสุดคลาสสิก Einthoven’s Triangle ได้คิดค้นการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และได้ทราบว่าหัวใจมีทิศทางหรือองศาในการกระจายไฟฟ้า จึงได้คิดค้นการตรวจหาทิศทางของกระแสไฟฟ้า

หลายคนคงจะทราบกันดีแล้วว่าการดูให้ “รอบด้าน” นั้น คงต้องดูให้รอบ 360 องศานะครับ ในยุคนั้น Einthoven เลือกใช้การดูเพียง 180 องศา แทน 360 องศา โดยใช้ electrode วางให้ทำมุมกันเป็นรูป 3 เหลี่ยมจึงได้ 180 องศาพอดี แต่ละด้านของสามเหลี่ยมนี้ จึงถูกเรียกชื่อว่า I, II และ III โดย I เป็นการเทียบระหว่างแขนขวากับแขนซ้าย II เป็นการเทียบระหว่างแขนขวากับขาซ้าย และ III เป็นการเทียบระหว่างแขนซ้ายกับขาซ้าย

ในยุคต่อมา Frank Wilson ได้คิดวิธีการตรวจหาทิศทางของกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเพิ่มจุดติด electrode บนตัวผู้ป่วย เขาใช้วิธีการวัดกระแสไฟฟ้าของ lead ที่ต้องการวัดเทียบกับจุดศูนย์กลาง โดยจุดศูนย์กลางที่ว่านี้ (มีชื่อเรียกว่า Wilson Central Terminal) เกิดจากการเอาอีก 2 lead ที่เหลือมารวมกับที่ศูนย์กลางทำให้ศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ แล้วค่อยเทียบกับ lead ที่สนใจ ดังนั้น ทิศของกระแสไฟฟ้าจะเป็น lead เทียบกับจุดกลางของร่างกาย ชื่อเรียกจึงเป็น VR (จุดกลาง V เทียบขวา R) VL (กลางเทียบซ้าย) และ VF (กลางเทียบขา F) โดยที่ 3 lead ใหม่นี้ ทำมุมระหว่างกัน 120 องศา รวมกันเป็น 360 พอดี

1383414_645714002139461_56984352_nในช่วงเวลาเดียวกันนี้จึงได้มีการคิดค้นการวาง lead ลงบนทรวงอกในแนวระนาบ เพื่อตรวจทิศทางรอบหัวใจ (precordial leads) ในแนวตัดตามขวาง (Horizontal plane) จึงมีชื่อเรียก V1-V6 โดยที่ V ก็ยังมีความหมายเดิมคือ เป็น lead ที่เทียบกับ Wilson central terminal (V) นั่นเอง

ส่วนอักษร a ที่มาอยู่ด้านหน้าต่อ VR, VL และ VF นั้น มาเกิดขึ้นภายหลังครับ โดย Dr.Emanuel Goldberger พบว่า กระแสไฟฟ้าที่วัดได้จาก lead เหล่านี้นั้น มีปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ต่ำ ตรวจวัดยาก (เพราะวัดจากศูนย์กลางไปหา lead ไม่ได้เทียบจาก lead หนึ่งไปอีก lead หนึ่ง) จึงคิดค้นวิธีที่จะขยายสัญญาณไฟฟ้า (augment) ให้มีความแรงมากขึ้นจนสำเร็จ ภายหลังจึงเรียก lead ที่ได้รับการขยายสัญญาณแล้วว่าเป็น Augmented หรือ Goldberger’s leads ได้แก่ aVR, aVL และ aVF (a = augmented)

About Santi Silairatana 39 Articles
หมอที่ชอบงานเขียน วรรณกรรม การอ่าน และภาษา ไม่น้อยไปกว่าความรักในงานด้านการแพทย์ ผสมกันออกมาเป็นการรวบรวมสิ่งที่ได้เห็น ได้อ่าน หรือได้เรียนรู้ มาเล่าสู่กันฟัง